อัพเดทล่าสุด

Sunday, November 13, 2016

รวมมิตรเคล็ดลับเกี่ยวกับแคคตัส

แคคตัสไม้มีหนาม

แค่ชื่อข้างต้นก็อาจทำให้หลายคนไม่ถูกใจ เพราะหนามอาจเป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยสำหรับหลายๆ บ้านโดยเฉพาะบ้านที่มีเด็ก แต่อยากจะบอกว่า แคคตัสหรือกระบองเพชร เป็นไม้ที่มีหลากหลายพันธุ์ บางสายพันธุ์ก็ไม่มีหนามนะครับ เอาเป็นว่า สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงแคคตัส คุณควรอ่านบทความนี้ให้จบก่อน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแคคตัส




ก่อนเลี้ยงแคคตัส หรือกระบองเพชร สิ่งหนึ่งที่มือใหม่ควรรูจัก นั่นก็คือ ความชอบของแคคตัสแต่ละสายพันธุ์ แต่เพื่อให้ง่าย มาดูบทสรุปทั่วไปเกี่ยวกับแคคตัส เพื่อเป็นแนวทางให้นำไปใช้กันครับ
  • เรื่องของดิน
    แคคตัสสามารถปลูกได้กับดินทั่วไป แต่ต้องเป็นดินที่น้ำสามารถไหลผ่านได้อย่างรวดเร็ว ไม้ขังหรือค้างภายใน เพระาจะทำให้รากเน่าหรือลำต้นขึ้นราได้ง่าย
  • เปลี่ยนดิน เรื่องจำเป็น
    บางคนเลี้ยงแคคตัสมานานนับปี ไม่เคยเปลี่ยนดิน และมานั่งบ่นมา ทำไมแคคตัสของเราไม่โตและไม่ออกดอก เรื่องนี้ลองนำไปพิจารณาดูกันครับ อย่างน้อยควรเปลี่ยนดินสักปีละครั้ง
  • แคคตัสเป็นไม้ที่ต้องการน้ำ
    ถึงแม้ว่าจะบอกว่า แคคตัส เป็นไม้ทะเลทราย แต่น้ำก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ แสงแดด และ ดิน
  • น้ำ รดสัปดาห์ละครั้ง
    การรดน้ำแคคตัส ประเด็นสำคัญคือ ต้องรดให้ชุ่ม และรดตอนเช้าดีกว่ากลางคืน เพราะความชื้นจะได้ระเหยได้ดีกว่า ไม่ขังน้ำไว้ในเวลากลางคืน และรดน้ำครั้งต่อไป เมื่อดินแห้งเท่านั้น
  • ทดสอบว่าดินแห้งหรือไม่
    อาจใช้ไม้จิ้มฟัน (แห้ง) จิ้มลงดินและดึงออกมาดูว่า เปียกหรือไม่ ถ้าเปียกแสดงว่าดินไม่แห้ง
  • รดน้ำ เพื่อทดสอบดิน
    ถ้าเมื่อใด รดน้ำแคคตัสแล้ว น้ำขัง ไม่ไหลออกทันที แนะนำว่าให้เปลี่ยนดินด่วน เพราะมีปัญหาแล้ว ไม่ร่วนมากพอ
  • แสงแดด
    แคคตัสชอบแดด แต่ถ้าแรงเกินไปก็ทำให้ต้นเหลือง น้อยไปต้นก็ยืดยาว  และแดดที่ดี ใครๆ ก็บอกว่า ต้องเป็นแดดเช้า ไม่ใช่แดดตอนบ่าย
  • แคคตัสเป็นไม้มงคล
    เชื่อว่า คนปลูกแคคตัสจะโชคดี โดยเฉพาะถ้าแคคตัสออกดอกให้ได้ชื่นชม
  • ต้นไม้บางประเภท ชอบเลียนแบบแคคตัส
    ในท้องตลาดต้นไม้ มีหลายร้านที่มีการนำ ยูโฟเบีย มาขายพร้อมแคคตัส ซึ่งก็ถือว่าเป็นไม้แคระหรือไม้ขนาดเล็กอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งบางส่วนพันธุ์คล้ายแคคตัสมาก
  • กระบองเพชรกับการดูดรังสีคอมพิวเตอร์
    ถึงแม้ว่า จะมีบางคนจะบอกว่า กระบองเพชร หรือแคคตัส ดูดรังสีคอมฯ ไม่ได้ แต่สำหรับส่วนตัวแล้ว เชื่อว่า น่าจะมีส่วนช่วยก็เพราะว่า รังสีคอมพิวเตอร์ เป็นแสง และต้นไม้อย่างแคคตัส ก็ต้องการแสดงช่วยในการสังเคราะห์แสงเหมือนต้นไม้ทั่วไป  (ส่วนที่ใช้สำหรับการดูดรังสีคอมพิวเตอร์ก็คือหนาม นั่นเอง)
  • กระถางแคคตัส
    จากข้อมูลที่ศึกษามา สรุปได้ว่า กระถางแคคตัสแบบดินเผา น้ำระเหยได้เร็วกว่า กระถางพลาสติก แต่ระบบรากของแคคตัส ถ้าปลูกในกระถางพลาสติก รากจะยู่ตรงกลาง ซึ่งมีผลดีมากกว่ากระถางดินเผา สรุป กระถางพลาสติกดีกว่า
  • ปุ๋ยกับแคคตัส
    แคคตัสเป็นสิ่งมีชีวิต เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งก็ต้องการปุ๋ย และเท่าที่ศึกษามา ส่วนใหญ่ก็จะใช้ปุ๋ยน้ำ หรือปุ๋ยเม็ดอย่างออสโมโค้ท ซึ่งเป็นสารเคมีเป็นส่วนใหญ่ 

รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองกลับไปเปรียบเทียบกับพฤติกรรมการเลี้ยงดูแคคตัสของตัวเอง ณ ปัจจุบัน และอาจลองปรับเปลี่ยนการเลี้ยงแคคตัสใหม่ตามรายละเอียดข้างต้น รับรองว่า คุณจะได้เห็นดอกของแคคตัสอย่างแน่นอน 

ผสมดินแคคตัสใช้เอง หรือขาย

ซื้อหรือผสมดินแแคตคัสดีกว่ากัน

ดินแคคตัส



ถ้าใครที่ได้อ่านบทความที่ผ่านมา และได้ศึกษาวัสดุปลูกของแคคตัส จะพบว่า ส่วนผสมส่วนใหญ่จะเป็นของต่างประเทศหรือไม่ก็เป็นวัสดุที่ไกลตัว หายาก ไม่ว่าจะเป็น ดินญีปุ่น พีทมอส เพอร์ไลท์ ส่วนราคาถ้าเปรียบเทียบกับดินที่ปลูกต้นไม้ทั่วไป ก็ต้องขอบอกว่า แพงพอสมควรเลยทีเดียว

ถ้าเป็นอย่างนี้แล้้ว ใครสนใจจะลองผสมดินปลูกเอง ก็น่าสนใจไม่น้อย แถมยังอาจทำเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย รู้อย่างนี้ มาลองทำกันเลยดีกว่า หาวัสดุปลูกที่สามารถหาได้ง่ายในประเทศ

สูตรผสมดินแคคตัส แบบบ้านๆ


  • ดินร่วน          2 ส่วน
  • ทราย            3 ส่วน
  • ถ่านป่น         1 ส่วน
  • แกลบ           1 ส่วน
  • เศษใบไม้ผุ   1 ส่วน (หรือปุ๋ยหมัก)
  • กาบมะพร้าวสับ หรือเศษอิฐ   สำหรับรองก้นกระถาง

ประเด็นสำคัญ หลังจากผสมดินแคคตัสเสร็จแล้ว แนะนำให้ลองราดน้ำดู และสังเกตว่า น้ำไหลออกได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ หรือไหลออกช้า ถ้าไหลออกช้า ก็ควรปรับเปลี่ยนผสมใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ดินร่วน (ที่อาจไม่ร่วนจริง)  ท้ายสุดที่สำคัญคือ ควรมีการนำไปทดลองปลูกจริงอีกครั้งว่า ส่วนผสมไหนได้ผลดีที่สุดสำหรับแคคคัสแต่ละประเภทอีกด้วย

นอกจากนี้ แนะนำว่า อาจลองผสมดินเป็นสูตรๆ เช่น สูตรสำหรับเพาะเมล็ด สูตรสำหรับต้นแคคตัสน้อย หรือแม้กระทั่งสูตรแคคตัสแบบทั่วไป เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความหลากหลายในสินค้า 

Saturday, November 12, 2016

ตัดแต่งรากแคคตัส สำคัญหรือไม่

ย้ายกระถางแคคตัส ทำไมต้องตัดแต่งราก

โดยปกติแล้ว เวลาเราเปลี่ยนกระถาง เราอาจพบว่า แคคตัสของเรามีรากยาวออกมา บางต้นอาจยาวจนล้นออกมานอกกระถางเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนมีผลกับการเจริญเติบโตของแคคตัสอย่างแน่นอน อาจทำแคคตัสไม่เจริญเติบโต และไม่ก็โตค่อนข้างช้าลง

ทำไมต้องตัดแต่งรากแคคตัส



สาเหตุอาจมาจากหลายๆ ปัจจัย แต่สาเหตุหลักที่น่าสนใจคือ รากที่ยาวเกินไปหรือรากเก่า อาจไม่สามารถหาอาหารได้เก่ง เท่ากับรากใหม่ๆ ก็เหมือนกับหนุ่มสาวครับ ที่แข็งแรงกว่าผู้สูงอายุ และการตัดแต่งรากออกไปบ้าง ก็ไม่ทำให้แคคตัสตาย แต่ก็ต้องระวังให้ดี ถ้าตัดรากแล้วนำไปปลูกทันที อาจมีปัญหาเรื่องรากเน่าได้  ดังนั้น ทางที่ดี ควรรอให้แผลของรากที่ตัดไปแล้ว แห้งก่อน

วิธีการตัดแต่งรากแคคตัส

1. เริ่มต้นให้นำแคคตัสออกจากกระถาง 
2. คว่ำกระถางและเคาะเบาๆ ต้นแคคตัสพร้อมดินก็จะตกลงมา ให้ใช้มือรองรับ
3. ค่อยๆ เอาดินออก หรือถ้าแน่นมาก แนะนำให้ล้างในน้ำ
4. ตัดรากส่วนที่ยาวเกินไปออก
5. รอแผลให้แห้ง ก่อนนำไปปลูกใหม่

ข้อควรทราบ หลังจากแผลแห้ง และนำลงดินเพื่อปลูกใหม่ ช่วงแรกๆ อาจไม่เห็นความเปลีย่นแปลง เป็นเพราะต้องรอให้แคคตัสปรับตัวใหม่เสียก่อน รวมทั้งรอให้รากเกิดขึ้นให้ด้วย ต้องใจเย็นๆ นะครับ..

ทิป การตัดแต่งราก สามารถตัดจนกระทั่งเหลือรากยาวประมาณแค่ 2-3 เซ็นติเมตร ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดของแคคตัส ถ้าขนาดเล็กก็อาจตัดได้สั้นมากกว่านี้

เคล็ดลับ แคคตัสสามารถอยู่รอดได้ โดยไม่จำเป็นต้องฝังลงดินตลอดเวลา เพราะต้นแคคตัสเอง มีน้ำหล่อเลี้ยงในต้นจำนวนมาก และถ้าสังเกตให้ดี การซื้อขายแคคตัส สามารถส่งไปรษณีย์ โดยการแยกต้นออกจากดินและสามารถอยู่รอดได้นานนับสับดาห์แบบสบายๆ 




Friday, November 11, 2016

ล่อราก คืออะไร ทำไมเกี่ยวกับแคคตัส

ล่อรากฟังดูแปลก แต่น่าสนใจดี

ก่อนหน้านี้ ได้แนะนำวิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีการแยกหน่อไปแล้ว ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ได้ผลดี แถมไม่ต้องฟูมฟักอะไรให้มากมาย ไม่เหมือนกับการเพาะเมล็ด มาถึงบทความนี้ มาจะเพิ่มเติมวิธีการ "ล่อราก" ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแยกหน่อเพื่อขยายพันธุ์เช่นกัน เกี่ยวยังไง มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ล่อราก คืออะไร






คำว่า ล่อราก ถ้าจะให้แปลไทยเป็นไทย ก็คงหมายถึง การทำให้รากงอกออกมา แต่จะทำอย่างไรให้รากงอกได้เร็ว เพราะถ้าแคคตัสมีรากแล้ว ก็สามารถพัฒนาเติบโตได้เร็วขึ้น

แคคตัสกับการล่อราก


หินภูเขาไฟ

สืบเนื่องจากการขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ หน่อของแคคตัสที่ถูกแยกออกมา จะเห็นได้ว่า "ไม่มีราก"  ดังนั้น การนำไปปลูกและให้แคคตัสเติบโดได้เร็ว ก็ต้องมีราก ส่วนวิธีการล่อราก ขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้
  • ล่อราก แบบบ้านๆ
    หลังจากแยกหน่อแคคตัส ออกจากต้นแม่แล้ว เราสามารถนำแคคตัส วางไว้ (อย่าให้โดนน้ำ โดนฝน) โดยปกติ รากก็จะงอกออกมาเองได้ แต่อาจใช้เวลานานสักหน่อย
  • ล่อราก โดยการวางบนหินภูเขาไฟ
    จากที่เราทราบๆ ว่า หินภูเขาไฟ มีแร่ธาตุมากมาย ดังนั้น ถ้าเราเอาแคคตัสน้อยๆ ไปวางบนหินภูเขาไฟ ก็จะช่วยให้รากงอกเร็วขึ้น
  • ล่อราก โดยใช้น้ำยาเร่งราก
    ส่วนตัวการใช้น้ำยาเร่งราก เชื่อว่าจะทำให้รากงอกเร็วขึ้น และสามารถนำไปประยุกต์จาก 2 ข้อด้านบนได้ด้วย รากน่าจะงอกเร็วขึ้นไปอีก

สรุปก็คือ หลังจากแยกหน่อแคคตัส จะปล่อยวางให้รากงอกเองก็ทำได้ หรือจะให้ตัวช่วยอย่างหินภูเขาไฟ และหรือ น้ำยาเร่งราก เข้ามาช่วย ก็ไม่น่าจะผิดกติกาแต่อย่างไร 

ข้อมูลเพิ่มเติมการล่อราก สามารถใช้ได้กับต้นไม้อื่นๆ อีกด้วยครับ จำพวก ไม้อวบน้ำ อย่างลูกชุบ องุ่น กุหลาบหิน กุหลาบเสือ เป็นต้น



    เทคนิค เร่งแคคตัสให้แตกหน่อ

    ปลูกมานาน แคคตัสไม่แตกหน่อ





    สำหรับใครที่เลี้ยงแคคตัสแล้ว ไม่ยอมออกดอกให้ชื่นชม แถมยังไม่แตกหน่อให้ขยายพันธุ์ได้อีก อันนี้อาจทำให้หลายๆ คนหมดกำลังใจ และไม่อยากจะเลี้ยงอีก เรื่องอย่างนี้ต้องใจเย็นๆ ครับ การที่แคคตัสจะออกได้ ต้นแคคตัสก็ต้องสมบูรณ์เต็มที่ในระดับหนึ่ง ส่วนจะแตกหน่อก็เช่นเดียวกัน

    ทางลัดทำให้แคคตัสแตกหน่อ

    เคล็ดลับนี้ ส่วนตัวได้มีการศึกษาจากอินเตอร์เน็ตหลายเว็บ พบว่า เราสามารถทำให้แคคตัสที่โตในระดับหนึ่งแตกหน่อได้ โดยการทำให้เกิดแผล ถูกต้องนะครับ คุณอ่านไม่ผิดครับ ทำให้มีแผล เพื่อให้แคคตัสพยายามปรับตัว โดยการออกลูกหลาน หรือออกหน่อให้เราครับ (สงสัยแคคตัสจะกลัวตาย และกลัวไม่มีลูกหลานให้สืบสกุล จึงเร่งออกหน่อ)

    วิธีการทำให้แคคตัสเกิดแผล




    1. เริ่มต้นให้หาต้นแคคตัสที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่เล็กจนเกินไป
    2. ใช้มีดสะอาด ตัดส่วนหัวของแคคตัสออกมา (ประมาณสัก 2 เซ็นติเมตร)
    3. จากนั้น นำส่วนหัวของแคคตัส ไปปลูกต่อได้ (แต่ถ้าให้ดี รอแผลแห้งก่อน)
    4. ส่วนตัวแคคตัสหลัก (ที่ถูกตัดส่วนหัวไป) ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ห้ามโดนน้ำ เพราะอาจเน่าได้)
    5. จากนั้น ก็รอ  รอจนกระทั่งแคคตัสของเรา เริ่มรักษาแผล (ใจ) ของตัวเอง 
    6. ไม่นานสัก 2-3 สัปดาห์ แผลก็จะเริ่มหดเข้าหากัน
    7. จะพบ หน่อเล็กๆ ของแคคตัสเริ่มเกิดขึ้น รอบบริเวณแผล

    วิธีนี้ ถึงแม้ว่าดูจะโหดร้ายไปหน่อย แต่ส่วนตัวได้ลองปฏิบัติจริงมาแล้ว และได้ผลผลิตเป็นแคคตัสน้อยๆ ให้ขยายพันธุ์ซึ่งก็ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครสนใจก็ลองนำไปปฏิบัติกันดูได้นะครับ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า จะได้กับทุกสายพันธุ์ของแคคตัสหรือเปล่า

    ข้อคิด ประสบการณ์เกิดจากการทดลองจริง ไม่ลองก็ไม่มีวันรู้นะครับ

    ขยายพันธุ์แคคตัส ด้วยวิธีแยกหน่อ

    อีกขั้นในการเลี้ยงดูแคคตัส

    การปลูกต้นไม้ ไมว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม เริ่มต้น ต้องพยายามเลี้ยงอย่างใรให้รอด ไม่ตายไปเสียก่อน ถ้ารอดแล้ว ขั้นต่อไปก็คงเป็นเรื่องการขยายพันธุ์ ถ้าทำได้ ก็ถือว่า สุดยอดแล้วครับ ดังนั้น เพื่อให้ถึงสุดยอดของการเลี้ยงแคคตัส เราก็ควรจะต้องมาลองหาวิธีขยายพันธุ์แคคตัส กันสักหน่อย

    ขยายพันธุ์แคคตัสด้วยวิธีแยกหน่อ

    สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงแคคตัส และอยากจะทดสอบการขยายพันธุ์แล้ว บทความนี้ จะมาแนะนำการขยายพันธุ์ด้วยวิธีแยกหน่อย ซึ่งผมคิดว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ต้องการทดลองขยายพันธุ์แคคตัส ส่วนตัวผมก็เริ่มจากจุดนี้เช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้ยุ่งยาก และมีโอกาสเติบโตได้สูง

    วิธีการแยกหน่อแคคตัส




    1. แคคตัสที่จะมาแยกหน่อนั้นควรมีขนาด 1 - 2 เซ็นติเมตรขึ้นไป (ยิ่งใหญ่ยิ่งดี โอกาสรอดสูง)
    2. เริ่มต้นด้วยการจับส่วนที่มีแคคตัสน้อย หมุน จนกระทั่งหลุดจากต้นแม่
    3. สังเกตว่าจะมีน้ำบริเวณปลายของต้น นำแคคตัสที่ได้วางไว้ รอให้แผลแห้งก่อน
    4. จากนั้น สามารถนำไปปลูกลงดินได้เลย

    เคล็ดลับก่อนการปลูกแคคตัส
    • หลังจากแผลแห้ง อาจนำไปจุ่มด้วยน้ำยาเร่งราก รอให้น้ำยาแห้ง ก่อนนำไปปลูก ทั้งนี้เพื่อให้รากออกเร็วขึ้น (ถ้าไม่มี ก็ไม่จำเป็นครับ)
    • ดินที่ใช้ปลูก อาจใช้เป็น หินภูเขาไฟ เพื่อส่งเสริมให้รากออกเร็วขึ้น (โดยไม่ต้องใช้ดิน)
    • ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะลำต้นของแคคตัสเองมีน้ำอยู่แล้ว

    อยากให้ทดลองขยานพันธุ์กันดูก่อนนะครับ แคคตัส แต่ละสายพันธุ์ อาจไม่สามารถทำแบบนี้ได้ แต่แคคตัสส่วนใหญ่สามารถแตกหน่อออกมาด้านข้าง  ของอย่างนี้ ไม่ลองไม่รู้ ไม่ลองแล้วจะมีประสบการณ์ได้อย่างไรครับ..

    แคคตัส เรนโบว์

    อีกหนึ่งแคคตัสที่สีสวย

    ถ้าพูดถึงแคคตัส หรือกระบองเพชร ส่วนใหญ่ไม่ว่าสายพันธุ์ไหน ก็จะมีสีเขียวเป็นพื้นฐาน พอต้นไหนที่มีสีแตกต่าง ก็ทำให้มีคนให้ความสนใจมากขึ้น และราคาก็จะแพงตามไปได้วย โดยเฉพาะกับแคคตัสที่เป็นไม้ด่าง ซึ่งก็เคยแนะนำไปแล้วในบทความที่ผ่านมา


    เรนโบว์แคคตัส (Echinocereus rigidissimus rubra, Rainbow)




    พออ่านภาษาอังกฤษแล้ว ปวดหัวเลย แต่ขอเรียกสั้นๆ ว่า เรนโบว์แคคตัส ดีกว่า จำง่ายดี เป็นแคคตัสที่มีลักษณะเด่นคือ มีหนามสีแดง ออกชมพู โดยเฉพาะบริเวณด้านบนของลำต้นจะเห็นได้ชัดมาก แถมเวลาออกดอกจะมีขนาดใหญ่และก็จะสีชมพูสด



    ใครสนใจก็ลองไปหามาซื้อมาปลูกกันดู สนนราคาที่เคยซื้อมาก็ประมาณหลายร้อยบาทนะครับ ทั้งนี้ ก็คงต้องขึ้นกับขนาดและความต้องการของตลาด ณ ขณะนั้นด้วย

     
    Copyright © 2014 cactus cacti | ข้อมูลกระบองเพชร ไม้อวบน้ำ. Designed by OddThemes